ยุคน้ำแข็ง

หลังจากเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น เหลือเพียงซากดึกดำบรรพ์ให้มนุษย์ให้ศึกษา หลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน ทั้งภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อมต่างๆ ฝุ่นผงของการชนของอุกกาบาตหรือดาวหางนั้นทำให้โลกเย็นตัวลง และโลกเริ่มเข้าสู่ยุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งรอดมาได้ และความเย็นตัวดังกล่าวนั้นทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งในที่สุด ก่อกำเนิดสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์ด้วย

ยุคน้ำแข็งถือกำเนิดขึ้นประมาณ 1.8 ล้านปีก่อน ซึ่งมีน้ำแข็งปกคลุมบริเวณขั้วโลกเหนือปกคลุมบริเวณทางตอนเหนือของอเมริกา ยุโรป รัสเซีย เกือบทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 – 15 % ของโลกในตอนนั้น ยุคน้ำแข็งเกิดจากการลดลงของอุณหภูมิโลกอย่างรวดเร็วและยาวนานครั้งหนึ่ง หรือ เรียกว่า ภาวะโลกเย็น ในครั้งนั้นนับว่าเป็นการลดลงของสภาวะอากาศอย่างฉับพลัน สันนิฐานว่ายุคน้ำแข็งสิ้นสุดลงเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ เช่น เยลโล่สโตน ก่อเกิดความร้อยและเมฆปกคลุมพื้นที่ของโลก น้ำแข็งและหิมะดังกล่าวละลายหายไปจนเข้าสู่ยุคอบอุ่นในที่สุด สิ่งที่หลงเหลือให้เห็นคือ ธารน้ำแข็งอัลไพน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีอายุในช่วงยุคน้ำแข็ง

ในยุคนี้มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกิดขึ้นมากมาย เช่น ช้างแมมมอธ เป็นช้างที่มีขนาดใหญ่งายาว มีขนปกคลุมทั้งตัว มีชีวิตอยู่ในช่วง 4.8 ล้านปี – 10,000 ปีก่อน, เสือเขี้ยวดาบ เป็นสัตว์ตระกูลเสืออาศัยในช่วงยุคน้ำแข็งราวๆ 1.5 ล้านปี – 10,000 ปีก่อน มีลักษณะลำตัวมีขนหนาและมีเขี้ยวบนยาวกว่า 4 นิ้ว 1 คู่ และมักล่าเหยื่อเป็นฝูง