Arthropleura บรรพบุรุษกิ้งกือและตะขาบ

ย้อนกลับไปราวๆ ยุคของแมลงครองโลกเมื่อ 280 ล้านปีก่อน หรือในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ซึ่งเป็นยุคที่มีแมลงครองโลกเป็นจำนวนมาก ด้วยปริมาณของออกซิเจนที่มากในขณะนั้นทำให้แมลงดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก บางชนิดใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 2 เท่า อย่างเช่นแมลงปอยักษ์ที่สามารถใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า รวมถึงแมลงชนิดอื่นๆ พืชพรรณที่ขึ้นอยู่มากในยุคนั้น

Arthropleura คือแมลงขนาดใหญ่ในยุคนั้นเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีความยาวถึง 2 เมตร ใหญ่กว่าคนประมาณ 2 เท่า มันอาศัยอยู่ในป่ารกและชื้นแฉะบริเวณเศษไม้กองไม้ Arthropleura เกิดก่อนจระเข้ซาร์โคซูคัสราว 200 ล้านปีก่อน เมื่ออาศัยอยู่ในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ประมาณ 280 – 340 ล้านปีก่อน เป็นยุคที่แมลงครองโลกและมีขนาดใหญ่มาก Arthropleura เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะลำตัวยาวเป็นปล้องและมีขาจำนวนมาก สันิฐานว่ามีจำนวนเกือบ 200 – 400 ขาเลยทีเดียว มันเป็นญาติของสายพันธุ์กิ้งกือและตะขาบในปัจจุบัน มันจึงเป็นตะขาบยักษ์ในโลกดึกดำบรรพ์ในสมัยนั้น บ้างก็ว่ามันคือกิ้งกือยักษ์ ซึ่งไม่แปลกเพราะมันคือสายพันธุ์เดียวกันนั่นเอง

Arthropleura ถูกพบฟอสซิลครั้งแรกในสก๊อตแลนด์ ต่อมามีการค้นพบอีกครั้งที่อเมริกา นักวิทยาศาสตร์จำลองลักษณะของมันตามที่ออกแบบของฟอสซิลและจำลองภาพกราฟฟิกขึ้นมาว่าเจ้าสัตว์ชนิดนี้มีลักษณะอย่างไร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์ชนิดนี้หากินโดย กินซากพืช และซากสัตว์ บริเวณที่อยู่ของมันโดยมันจะไม่ออกหากินไกลนักและซ่อนตัวอยู่ใต้โพรงต้นไม้และโพรงดินที่ชื้นแฉะ เชื่อกันว่า Arthropleura สูญพันธุ์ไปแล้วในยุคของการล่มตายครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 251 ล้านปีก่อน

ซาร์โคซูคัส จระเข้ยักษ์

จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีมานานนับล้านๆปีแล้ว โดยตัวของจระเข้นั้นดูไม่แตกต่างจากบรรพบุรุษของมันมากนัก จระเข้จึงเปรียบเสมือนกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังอาศัยอยู่บนโลกในปัจจุบัน ซึ่งหากเอ๋ยถึงจระเข้ในอดีตนั้น มีสายพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ชื่อว่า “ซาร์โคซูคัส”

ซาร์โคซูคัส (Sarcasuchus) จัดเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่สายพันธุ์จระเข้ทั้งหมด มันอาศัยอยู่ในยุคครีเทเซียส ราว 112 ล้านปีก่อน ซาร์โคซูคัส จัดเป็นจระเข้น้ำจืดขนาดใหญ่มากในยุคนั้น มันสามารถเขมือบไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ได้สบาย ด้วยความยาวกว่า 12 เมตรและหนักมากถึง 10 ตัน ซาร์โคซูคัส มีลักษณะไม่เหมือนจระเข้ในปัจจุบันคือ บริเวณปากที่เรียวยาวและแคบเหมือนตะโขง มีจมูกที่ใหญ่ไว้สำหรับหายใจ แต่ส่วนลำตัวและหางเหมือนกับจระเข้ในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับจระเข้ขนาดใหญ่อย่างจระเข้น้ำเค็มแล้ว ซาร์โคซูคัส มีขนาดใหญ่กว่าถึง 5 เท่า

นักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่า ซาร์โคซูคัส อาศัยอยู่บริเวณแอฟริกา และอเมริกา จากการขุดค้นพบฟอสซิลครั้งแรกในปี 1946 ที่ทะเลทรายซาฮาร่า ทำให้คาดว่าเมื่อล้านปีก่อนนั้นบริเวณนั้นน่าจะเป็นทะเลสาบใหญ่มาก่อน ซาร์โคซูคัสได้สูญพันธุ์ไปจากโลกแล้วซึ่งคาดว่าสูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน โดยสายพันธุ์ของมันในปัจจุบันนั้นคงจะเป็น ตะโขง หรือ จระเข้ปากทุงเหว แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก แม้ว่าส่วนใหญ่นั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่สายพันธุ์จระเข้บางชนิดกลับอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน หากนึกสภาพว่าเจ้า ซาร์โคซูคัส ยังอยู่ล่ะก็ มันคงเขมือบเรือลำเล็กได้ทั้งลำเลยทีเดียว